สูตรสำเร็จจาก “ภาพอิสระ” สู่ “อิสรภาพ” ทางการเงิน

ผมเชื่อว่า หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “financial freedom” หรือที่เรียกว่า “อิสรภาพทางการเงิน”
คำๆนี้ คนรู้จักหนะเยอะ แต่รู้จริงน้อยมาก

บทความนี้ผมขอคุยสั้นๆง่ายๆ เลยครับว่า

financial freedom จะเกิดขึ้น จะต้องมี… “รายได้แบบ Passive Income ต่อเดือน ให้มากกว่า รายจ่ายตาม Life Style ของตัวเอง”

อ๊ะ!! มีศัพท์ใหม่ “Passive Income” เป็นอีกศัพท์หนึ่งที่คนรู้จักเยอะ แต่รู้จริงน้อยเช่นเดียวกัน

เพราะทั้ง 2 คำนี้ เข้าใจแค่ทฤษฎีสูตรสำเร็จ ยังไม่พอ ต้องเข้าใจแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังมันด้วย

ไม่งั้น ถ้าไม่เข้าใจจริงๆ ยากที่จะได้มา

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นหละ??

เพราะเราคุ้นชินกับแนวคิดแบบ Active Income มาตลอดชีวิต

แนวคิด Active Income มันแตกต่างจาก Passive Income ราวฟ้ากับเหวเลยหละ

คนที่เข้าใจ Concept แต่ Active Income แม้จะเข้าใจ และมีรายได้แบบนี้มากมายแค่ไหน ก็ไม่มีทางได้ “financial freedom”

เพราะ Active Income ไม่ได้อยู่ในสูตรของ financial freedom ยังไงหละครับ

 

“financial freedom  = รายได้ Passive Income > รายจ่ายตาม Life Style ของตัวเอง”

อิสระภาพ

Active Income คือ รายได้ที่ทำงานแล้วได้เงิน ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ไม่ทำก็ไม่ได้

“ยิ่งทำยิ่งรวย ยิ่งรวยยิ่งยุ่ง” คนที่เปิดร้านค้าขายของเองน่าจะเข้าใจสถานะแบบนี้ดี

สูตรคือ “แรง + เวลา ไปแลก เงิน”

ตัวของเราคือ บ่อเกิดรายได้

 

Passive Income คือ รายได้ที่ทำงานแล้วได้ทรัพย์สิน (ทรัพย์สินในที่นี้คือทรัพย์สินที่สามารถผลิตเงินงอกเงยให้เราได้) แล้วให้ทรัพย์สินผลิตเงินแทนเรา ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ไม่ทำก็ไม่ได้ (ยกเว้นถ้าสร้าง/สะสมทรัพย์สินมากพอแล้วทรัพย์สินผลิตเงินได้มากพอแล้ว ไม่ทำก็ได้เงิน”

“ยิ่งทำยิ่งรวย ยิ่งรวยยิ่งสบาย” คนที่เป็นเจ้าของอาคารห้องเช่าน่าจะเข้าใจสถานะแบบนี้ดี

สูตรคือ “แรง+เวลา ไปสร้างทรัพย์สิน แล้วให้ทรัพย์สินสร้างเงิน”

ตัวของเราหลุดพ้นจากการเป็นบ่อเกิดของเงิน ทีนี้จะไปทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน เพราะเป็นหน้าที่ของทรัพย์สินในการหา ไม่ใช่เรา

 

ผมไม่ได้บอกว่าอะไรดีกว่าอะไรนะ ทั้งสองอย่างนี้ ต่างก็มีข้อเด่นข้อด้อยที่แตกต่างกัน

มันอยู่ที่โจทย์ชีวิตเราว่าอยากมีสูตรการหาเงินแบบไหน

 

ข้อเด่น Active Income

ทำงานก็ได้เงิน ได้เงินเร็ว ทันกินทันใช้ปัจจุบันทันด่วน ไม่ต้องรอ ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย เหมือนปลูกถั่วงอก ที่ไม่กี่ก็ก็ได้กินผลผลิต

ข้อด้อย Active Income

เราจะไม่มีวันได้ financial freedom  เพราะเราจะหยุดทำวางมือ ละไปทำอย่างอื่นไม่ได้เลย เราคือบ่อเกิดรายได้ เมื่อบ่อเกิดไม่ทำ รายได้จึงไม่เกิด เมื่อยิ่งทำมาก ก็ได้เงินมาก แต่ก็ต้องเหนื่อยมากขึ้น ตามสูตรเลย อยากได้รายได้ Active Income มาก ก็ต้องเพิ่ม แรงและเวลา ให้มากขึ้นด้วย

ถามว่ามีโอกาสรวยไหม?? ก็มี แต่จำนวนจำกัด เพราะแรงและเวลาของเรามีจำนวนจำกัดครับ

เหมือนปลูกถั่วงอกเมื่อกี้ อยากกินมาขึ้น ก็ต้องปลูกให้มากขึ้น เมื่อกินหมด ก็ปลูกใหม่ ถ้ามัวไปเที่ยวเล่น ไม่ปลูก ก็อด จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนค้าขายบางคนถึงไม่กล้าเที่ยว เพราะเมื่อเที่ยว เขาขาดรายได้ยังไงหละครับ แม้จะรวยมาก ก็กลัวอยู่ดี กลัวพรุ่งนี้เงินหมดขึ้นมา เลยต้องทำ ทำ ทำ ต่อไป

1412213815-image-o

ข้อเด่น Passive Income

มันเป็นรายได้ที่ไม่ต้องเป็นห่วงว่ามันจะหมดไป มันจะไหลมาเรื่อยๆ ไม่มีข้อจำกัดของตัวเราข้อไหนจะมีผลต่อรายได้ เพราะคนที่สร้างรายได้จริงๆคือทรัพย์สินไม่ใช่เรา แถมได้กินยาวๆ

เหมือนเราปลูกมะม่วง ปลูกทีเดียว เก็บผลผลิตได้ตลอดไป ถ้าไม่ไปโค่นมันทิ้งนะ แม้แรงเราจะหมด เวลาเราไม่มี มะม่วงก็ยังออกลูกอยู่ต่อไป

ข้อด้อย Passive Income

มันต้องใช้เวลา ไม่มีทรัพย์สินไหนหรอกครับที่ สร้างวันนี้ พรุ่งนี้เรารวยเลย ไม่มีครับ มันต้องใช้เวลา ปลูกมะม่วงวันนี้ ไม่มีทางว่าพรุ่งนี้จะได้กินลูก

ฉะนั้นช่วงแรก ผลผลิตอาจจะยังไม่มี หรือได้ไม่มากนัก ดูแล้วมันช่างคุ้มที่จะทำเลย

นี่แหละครับคือสาเหตุหลักเลยว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่มี Passive Income

ก็เพราะดูวันนี้ เร็วๆนี้ว่า ไม่เห็นคุ้มเลย ก็เลยเลิกทำไป

“ทำไมเขาคิดอย่างนั้นหนะ?!” ก็เพราะเขาเอาแนวคิดแบบ Active Income มาจับยังไงหละครับ ทำแล้วไม่ได้ตังตามคิด ก็เลิกสิครับ

แต่อันที่จริงแล้วเมื่อทำไปเรื่อยๆ รายได้จะเพิ่มเป็นทวีคูณครับ 2 เป็น 4 4 เป็น 8 8 เป็น 16 16 เป็น 32 เป็นอย่างนี้เรื่อยๆ และไม่มีวันตกลงมานับหนึ่งใหม่ ถ้าทรัพย์สินยังไม่ถูกเราทำลาย ขายทิ้ง

เราต้องเข้าใจใน Concept ที่ว่า Passive Income คือการ “ลงทุน เพื่อเก็บเกี่ยวในอนาคต”

 

ความจริงของโลก นั่นคือ

คนรวย เขาเข้าใจ และมี ทรัพย์สินแบบ Passive Income และหมั่นลงทุนในทรัพย์สิน Passive Income เขาจึงรวยเอารวยเอารวยเอา

แต่คนทั่วไป มักรู้จัก Passive Income แต่ไม่ค่อยรู้จริง และชอบลงทุนกับทรัพย์สินที่ไม่ได้สร้างรายได้เลย

“อ๊ะๆ!! อย่าเพิ่งบอกว่า ต้นทุนเงินน้อย คนรวยๆ ก่อนเขารวยก็ก็ไม่มีเงินเหมือนกัน แค่เขารู้จักสร้างทักษะหาเงินเก่ง ออมเงินได้ และรู้จักลงทุน”

อยากให้ต้นทุนเยอะๆ ไม่ต้องอ้อนวอนบรรพบุรุษ ขอเพียงรู้จักเพิ่มต้นทุนแนวคิดความสำเร็จให้มากกว่าที่ผ่านมา

ไม่ใช่บ่นแล้วนั่งเฉยๆต่อไป

1112222

สรุปสุดท้าย ผมก็ตอบแทนคุณไม่ได้หรอกครับว่า รายได้ประเภทไหนดีกว่า มันอยู่ที่โจทย์ชีวิตคุณ มันเหมือนกับคุณมาถามว่าจะซื้อรถ รถคันไหนดีที่สุด ผมก็ตอบไม่ได้ จนกว่าผมจะรู้ว่าคุณจะเอารถไปทำอะไร ขนคนในครอบครัว 10 คน ก็แนะนำว่ารถตู้ดีสุด เอาเข้าไร่ ก็แนะนำว่า กระบะดีสุด ฉะนั้นต้องคิดก่อนครับว่า คุณอยากมี Life Style แบบไหนหละ สำหรับผมหนะหรอ ผมคิดว่า ทำไมคนเราต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยหละ ในเมื่อรายได้ทั้งสองสามารถหาได้ในเวลาเดียวกันได้ เป็นพนักงานประจำ ก็สามารถหารายได้ Passive income ได้นี่หน่า แล้วจะเลือกทำไมหละครับ ก็เอามันทั้งสองอย่างเลยครับ ผมเลือกทั้งสองอย่างเลยนี่แหละ หาเงินเร็วแบบ Active Income เพื่อแก้ไขการเงินระยะสั้น ไว้ใช้จ่าย ชำระหนี้ในวันนี้ แล้วก่อสร้างทรัพย์สิน Passive Income ไปด้วย เพื่อความมั่นคงอย่างอิสระระยะยาว เมื่อวันไหนที่เราต้องการรายได้แบบ Active Income น้อยลง เพราะมีรายได้แบบ Passive Income เพิ่มมากขึ้น ทีนี้คิดจะไม่ทำ Active Income เลย ก็ตามใจฉันได้เลยครับ

passive-income

หาเงินเก่งตามเส้นทางที่ฝันว่าจะทำด้วย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเลย มี Active Income ในสิ่งที่อยากทำ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ไม่ต้องทำเพราะขาดเงินจำเป็นต้องทำ แถมทำโดยไม่ต้องห่วงเรื่องเงินอีกเลยเพราะมี Passive Income เป็นทัพสนับสนุนแบบไม่ขาดสาย ลูกหลานได้กินต่อ มันจะไม่ตายแม้เราจะตายก็ตาม แจ่มแจ๋วสุดๆเลยครับ

Tags: , ,

Comments are closed.